
รู้กันดีว่าการที่เราจะมาทำแบรนด์ เปิดร้านออนไลน์สิ่งสำคัญมากๆคือจะต้องขยันมาก
แต่บางทีขยันนะ ขายก็ดี แต่ทำไมมีเงินเหลือ?
เราทุ่มเททุกอย่าง ตั้งแต่หาของ > การตลาด > แพ็คของ > ส่งลูกค้า และอีกเยอะแยะ ทำทุกอย่างเอง เหนื่อยมาก
แต่พอถึงสิ้นเดือนเงินกลับไม่เหลือ ปัญหาอาจไม่ใช่ “คุณไม่ขยัน” เพราะขยันน่ะถูกแล้ว แต่อาจจะขยันผิดจุด
เราเหนื่อยตักน้ำใส่โอ่งมากเท่าไหร่ก็ไม่เต็มถ้าโอ่งยังรั่ว แต่จุดสำคัญคือ “เราวุ่นจนไม่ได้มาดูว่าธุรกิจเรามันรั่วตรงไหน”
เพราะถ้าแค่อุดรู ตักไม่กี่ที่น้ำอาจจะเต็มโอ่งเลยก็ได้ แต่การที่จะแก้ได้เราจะต้องกล้าที่จะมาสำรวจดูว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เราเหนื่อยแต่ก็ยังไม่มีเงินซักที เพื่อให้หลังจากนี้เราจะได้เหนื่อยน้อยลงแต่ได้ผลลัพธ์ที่เปลี่ยนชีวิตได้ ด้วยการเอาข้อมูลธุรกิจมาวิเคราะห์
ต้องบอกว่าถ้าคุณขายดี แต่เงินไม่เหลือ ปัญหาไม่ใช่ยอดขาย มันเกิดจาก “รูรั่ว”
ซึ่งเกิดได้ทั้งสองแบบคือ
1. ไม่รู้ว่ารายจ่ายเรามีอะไรบ้างและเท่าไหร่
2. เราทุ่มเทกับสิ่งที่ให้ผลลัพธ์ได้น้อย
ซึ่งทั้งสองอย่างนี้สามารถเอาข้อมูลธุรกิจที่มีอยู่ในหลังบ้านมาเริ่มวิเคราะห์ได้เลย
มาดูอย่างแรกก่อน
“การไม่รู้ว่ารายจ่ายเรามีอะไรบ้างและเท่าไหร่”
เป็นเรื่องที่สยองสุดๆ เพราะมันเหมือนทุกครั้งที่เราขายได้ เราก็เฉือนเนื้อเราไปที่ละนิด เราจะต้องกางข้อมูลออกมาดู โดยการลิสการบวนการทั้งหมดของกิจกรรม
ของการทำร้านออนไลน์เราออกมา และ ดูว่าแต่ละส่วนมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง โดยละเอียด ย้ำว่า โดยละเอียด ไม่งั้นคุณจะโดนตอดไปเรื่อยๆแน่นอน
ค่าต้นทุนสินค้าเท่าไหร่ ค่าน้ำมันไปซื้อ ค่าแกรป ค่าโฆษณา ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่ากล่องค่าเทปค่าบั้บเบิล ค่าปริ้นการ์ดขอรีวิวห้าดาว ค่าส่ง นู้นนี่นั้น
เอาทุกค่าใช้จ่ายที่จับต้องได้ว่าการขายของได้หนึ่งชิ้น มีต้นทุนเท่าไหร่ (ตรงนี้เราจะเรียกเท่ๆว่า Cost of Goods Sold หรือ COGS)
พอลิสต้นทุนทั้งหมดได้ก็เอามาเข้า excel ก็ได้เพื่อที่จะมาหักลบกับราคาขายของเรา แล้วดูซิว่าราคาขายที่เราบวกกำไรแล้วเนี่ย เมื่อลบกับต้นทุนทั้งหมดมันเหลือเท่าไหร่ ติดลบก็ต้องจัดการ
แต่ถ้าบวกก็ดูซิว่า บวกเยอะไหมถ้าเทียบกับ เป้ารายวันรายเดือนเราที่อยากได้ ต้องขายเท่าไหร่ถึงจะได้ตามเป้าเพื่อมาดูความเป็นไปได้จริงด้วย
รูรั่วต่อมา คือ “เราทุ่มเทกับสิ่งที่ให้ผลลัพธ์ได้น้อย”
สืบเนื่องมาจากการที่เรารู้แล้วว่าเงินเราเหลือ เท่าไหร่หลักจากหักต้นทุนไปแล้วจากการขายแต่ละครั้ง ตรงนี้เราจะต้องมาเปรียบเทียบกันดูว่าสินค้าตัวไหน หรือ แม้แต่สิ่งที่เรากำลังขาย มันทำให้เราไปถึงเป้าการเงินเรายากง่ายแค่ไหน (ถ้าจะให้ดีลองเปรียบเทียบแต่ละแพลตฟอร์มด้วย บางทีอาจจะดีต่างกันก็ได้)
อย่างเช่น การเห็นข้อมูลว่าสินค้าตัวไหนขายออกง่าย กำไรดี เราก็จะได้ทุ่มแรงทุ่มเงินไปดันสินค้าได้ถูกตัว ไม่ต้องขายแบบหว่านๆให้เหนื่อยเปล่า รวมถึงว่าถ้าเราดูยอดที่เหลือกับเป้าเราแล้ว มันทำได้ยากง่ายแค่ไหน ก็จะเป็นตัวที่จะพิจารณาว่า เราจะทำต่อและปรับแผนยังไงให้ถึงเป้า หรือควรทดลองอะไรใหม่ๆที่พาเราไปถึงเป้าหมายที่ง่ายกว่านี้
ส่วนการที่จะทำให้ถึงเป้าก็มีหลายวิธี ซึ่งเดียวเรามาว่ากันต่อในคอนเท้นต์ต่อๆไป แต่หลักๆก็คือการที่เรารู้ว่าอะไรที่ทำให้ เราเหนื่อยแต่ได้ผลลัพธ์ที่ไม่คุ้มค่า เป็นเรื่องจำเป็นมากๆ
ขยันได้แต่อย่าลืมกลับมามองมาวิเคราะห์ข้อมูลที่เรามีในมือ เพื่อให้เราทุ่มแรงและเงินไปแบบหวังผลได้ที่สุดนะครับ



