Contact Us
Line : @theprojectone.co
Email : hello@theprojectone.co
Back

ทำไมข้อมูลทำให้ธุรกิจที่ขายของเหมือนกัน แต่ขายดีต่างกัน?

ทำไมข้อมูลทำให้ขายดี ถึงจะขายของเหมือนกัน

ร้านสองร้าน สินค้าชนิดเดียวกัน แพลตฟอร์มเดียวกัน
แต่หนึ่งในนั้นยิ่งขายได้มากยิ่งกำไรเพิ่ม แต่อีกร้านยิ่งขายยิ่งหด

ความต่างไม่ได้อยู่ที่ราคา หรือไม่ได้อยู่ที่ของดีกว่ากันแค่นั้น
มันอยู่ที่ว่า ใครรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ นี่แหละคือจุดที่การวิเคราะห์ข้อมูลจะมาช่วยได้

เจ้าของธุรกิจ หรือ แบรนด์ที่มีร้านออนไลน์หลายคนที่ผมคุยด้วย มักบอกเหมือนกันว่า “รู้อยู่ว่าข้อมูลสำคัญ” แต่พอถามว่าแล้วดูข้อมูลอะไรบ้าง คำตอบที่ได้มักจะเป็น… ยอดขายวันนี้ กับออเดอร์ที่เข้ามา ทรงๆนี้…

ลองนึกดูว่า ถ้าเราบริหารร้านด้วยตัวเลขแค่สองตัวนั้น มันเหมือนขับรถโดยมองแค่เข็มความเร็ว แน่นอนเรารู้ว่าวิ่งเร็วแค่ไหน แต่ไม่รู้ว่าน้ำมันเหลือเท่าไหร่ เครื่องร้อนอยู่หรือเปล่า และกำลังวิ่งไปถูกทางไหม


…ลองดูสถานการณ์นี้กันครับ

เดือนก่อนมีแคมเปญเลขเบิ้ล เจ้าของร้าน A กับร้าน B ทั้งคู่ก็อยากทำ Flash Sale สินค้าคล้ายกัน ราคาขายพอกัน

เคสแรก : ร้าน A ตัดสินใจเร็ว ลด 25% เพราะครั้งที่แล้วลดแล้วยอดขึ้น ก็เลยทำแบบเดิมอีกรอบ

เคสสอง : ร้าน B เปิด Business Insights ดูก่อนซัก 15 นาที แล้วพบว่าสินค้าตัวนั้นมี Conversion Rate อยู่ที่ 4.1% อยู่แล้ว ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยเทียบกับตัวอื่นเกือบสองเท่า เพราะงั้นร้าน B เลือกไม่ลดราคา แต่ใช้กลยุทธ์เร่งรอบด้วยการบอก “เหลือ 50 ชิ้นสุดท้าย” แทน

สิ้นเดือน ทั้งสองร้านยอดขายใกล้เคียงกัน แต่ร้าน B มีกำไรต่อออเดอร์สูงกว่าร้าน A อยู่ประมาณ 18-22% เพราะไม่ได้ลดราคาเลย …นี่แหละ นั่นคือความต่างระหว่างการ “เดา” กับการ “รู้”


ตัวเลขจริงที่ซ่อนอยู่ในค่าแพลตฟอร์ม

เอาจริง… หลายคนยังไม่รู้ว่าการขายบน Shopee หรือ Lazada มีค่าใช้จ่ายที่ซ่อนอยู่มากกว่าที่คิดครับ

สมมติว่ายอดขายเดือนนี้ 500,000 บาท ดูดีมากๆ เลย แต่อย่าลืมว่าเบื้องหลังมันมีค่าอื่นๆที่จะต้องมาตอดกำไรเราอีกอย่างเช่น

  • ค่า commission + fees แพลตฟอร์ม ~6-8% = หายไปประมาณ 30,000–40,000 บาท
  • ต้นทุนสินค้า (สมมติ 40%) = หายไป 200,000 บาท
  • ค่าโฆษณา Shopee Ads (สมมติ 8%) = หายไปอีก 40,000 บาท
  • ของตีกลับ + ค่าส่งที่แบกเอง = หายไปอีก 20,000–30,000 บาท

สุดท้ายคือเหลือกำไรจริงๆซักประมาณ 160,000-170,000 บาท หรือประมาณ 32-34% ของยอดขาย
ซึ่งฟังดูไม่เลว แต่ถ้าเดือนไหนที่ทำ Flash Sale โดยลดราคา 20% ทุกอย่าง ตัวเลขสุดท้ายอาจต่ำกว่านั้นอีก เพราะค่าธรรมเนียมยังคิดจาก % เต็มอยู่ ทั้งที่เราลดราคาไปแล้ว

นั้นแปลว่า คนที่รู้ตัวเลขเหล่านี้ก่อนตัดสินใจ จะเลือก action ได้แม่นกว่ามากครับ


ตัวเลขที่เราเริ่มส่องได้เลย

คือผมไม่ได้จะบอกให้ไปเรียน Excel หรือจ้างทีม Data นะ
ข้อมูลที่ว่า มีอยู่แล้วฟรีในพวกหน้า Business Insights ของแพลตฟอร์มที่เราขาย โดยที่เราจะต้องดูมีแค่สองตัวหลักก่อนก็ได้

🟢 Conversion Rate
คือเปอร์เซ็นต์ของคนที่เข้ามาดูสินค้าแล้วซื้อจริง บางแพลตฟอร์ม เช่น Shopee ที่เราสามารถดูเป็นแบบ Funnel ได้คือ Product View → Add to Cart → Paid Order

แต่ละร้านก็จะมี Conversion Rate ที่ต่างกัน (บางงานวิจัยบอกว่าเฉลี่ยของ Shopee จะอยู่ซัก 2-4%)
แต่ถ้าสินค้าตัวไหนของเราสูงกว่าค่าเฉลี่ย นั่นคือสัญญาณว่า “ลูกค้าซื้อเพราะ value ไม่ใช่เพราะราคา” ตัวนั้นห้ามลดราคา ให้ทำตลาดแทน!

หรือสินค้าตัวไหนได้ค่า Conversion Rate ต่ำๆ ก็อาจจะมีสมมุติฐานอื่นๆให้เราสืบต่อได้ เช่น อาจแปลว่าภาพสินค้าหรือ description มีปัญหา ไม่ใช่ราคา ให้เราลองแก้ภาพก่อนลดราคา

🟢 SKU Performance
ดูได้ว่าสินค้าแต่ละตัวทำยอดได้เท่าไหร่จริง บางตัวที่ดูเหมือนขายดี อาจมีต้นทุนโฆษณาสูงมากจนกำไรเกือบไม่เหลือ และบางตัวที่ดูเงียบๆ อาจเป็น SKU ที่ทำกำไรได้ดีที่สุดเลยก็ได้ นี่เลยเป็นคำที่เรามักเคยได้ยินว่า สินค้าบางตัวยิงขายยิ่งจน

…ประมาณนี้ ซึ่งนี่ก็เป็นตัวอย่างของตัวเลขหลักๆที่เราสามารุดูได้เลย แต่ในอนาคตเราสามารถขยับขยาย
ต่อยอดทำ Dashboard แบบ custom ของตัวเองเพื่อให้ได้ข้อมูลลึกๆ เจาะไปยังจุดที่ธุรกิจของเราที่ต้องการโฟกัส Monitor หรือวิเคราะห์แบบพิเศษๆตามแผนของแบรนด์ตัวเองได้เลย

แต่ตอนนี้เราลุยได้เลย ไม่ต้องรอวันหยุด ไม่ต้องรอมีเวลาเยอะ ให้ลองเข้าไปดูใน Business Insight แล้วถามตัวเองว่า สินค้าตัวไหน Conversion สูงผิดปกติ? ตัวไหน Conversion ต่ำแต่เราใช้เงินโฆษณาแพง? แค่สองคำถามนี้ อาจเปลี่ยนวิธีที่เราตัดสินใจเรื่องโปรโมชั่นเดือนหน้าไปเลยก็ได้


แต่ก็อย่าลืมเชื่อสัญชาตญาณ

ข้อมูลไม่ได้มาแทนสัญชาตญาณของเรานะครับ สัญชาตญาณเกิดจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ทุกอย่างยังมีค่าอยู่มากๆ

แต่ในตลาดที่ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มขึ้นทุกปี สินค้าจากต่างประเทศราคาถูกทะลัก และคู่แข่งมีเพิ่มทุกวัน สัญชาตญาณอย่างเดียวมันก็อาจจะเสียวไส้เกินไปสำหรับการตัดสินใจธุรกิจ

ร้านที่อยู่รอดและกำไรดีในตลาดนี้ ไม่ใช่ร้านที่ขายถูกที่สุด แต่คือร้านที่รู้ก่อน และตัดสินใจได้แม่นกว่า
เริ่มจากตัวเลขตัวเดียวก็ได้ครับ แล้วลุยก่อนเลย!!

ขอบคุณมากๆครับ 💪

Project One
Project One
พวกเราให้บริการพัฒนา 'ระบบ AI วิเคราะห์ธุรกิจ (AI Business Dashboard)' สำหรับธุรกิจ/แบรนด์ออนไลน์ขายหลายช่องทาง เห็นภาพรวม จุดรั่ว จุดทำกำไร และ Next Step ต่อไปที่ควรทำ