Contact Us
Line : @theprojectone.co
Email : hello@theprojectone.co
Back

เปิดหลังบ้านทุกวัน แต่ไม่รู้ว่าข้อมูลไหนสำคัญกับเราจริงๆ

ข้อมูลธุรกิจมีมากมาย แต่ไม่รู้จะต้องดูตัวไหนดี

คำถามสำคัญไม่ใช่ว่า “ข้อมูลมีพอไหม?” แต่คือ “วันนี้เราจะตอบคำถามอะไรจากข้อมูลที่มีอยู่แล้ว?”
หลายร้านน่าจะคุ้นภาพนี้ดี เปิด Shopee Seller Center หรือ TikTok Shop ขึ้นมา แล้วเจอตัวเลขเต็มหน้าจอไปหมด ทั้งยอดขาย คนเข้า คลิก อัตราปิดการขาย ออเดอร์ยกเลิก คืนสินค้า ลูกค้าใหม่ ลูกค้าเก่า
สุดท้ายก็ดูแค่ยอดวันนี้ แล้วปิดออก

ไม่ใช่เพราะเราไม่เห็นความสำคัญของ data นะครับ แต่เพราะพอเปิดมาแล้ว เราไม่รู้ว่าจะดูอะไรต่อดีต่างหาก

ปัญหาไม่ใช่ข้อมูลน้อย ปัญหาคือยังไม่มีคำถาม

เจ้าของธุรกิจ/แบรนด์ออนไลน์หลายคนรู้ดีอยู่แล้วว่าหลังบ้านมีข้อมูลเยอะมาก ข้อมูลมันไม่ได้หายไปไหน มันอยู่ตรงนั้นครบเลย แต่สิ่งที่มักหาย คือ “คำถามตั้งต้น” ว่าวันนี้เราเปิดหลังบ้านมาเพื่อหาคำตอบเรื่องอะไร

พอไม่มีคำถามนำ เราจะเผลอไล่ดูตัวเลขไปเรื่อยๆ แบบไม่มีปลายทาง เหมือนเดินเข้าร้าน 20 บาทโดยไม่รู้ว่าจะซ่อมอะไร เห็นของเต็มร้าน แต่กลับบ้านมือเปล่า…นั่นแหละครับ

ยอดขายเลยกลายเป็นตัวเลขเดียวที่หลายร้านดูซ้ำทุกวัน เพราะมันง่ายที่สุดและให้ความรู้สึกเร็วที่สุด ยอดขึ้นก็โล่ง ยอดลงก็ใจเสีย แต่ยอดขายตอบเราได้แค่ว่า “วันนี้เป็นยังไงบ้าง” มันยังไม่ค่อยตอบว่า “ทำไมถึงเป็นแบบนี้” และยิ่งไม่ตอบว่า “แล้วควรทำอะไรต่อ” ด้วย

พอคำถามชัด ข้อมูลจะเริ่มมีความหมาย

คนที่ใช้ข้อมูลเก่ง ไม่ได้เปิด dashboard แล้วไล่ดูทุกตัวนะครับ เขามักเริ่มจากคำถามก่อนเสมอ

เช่นถ้าในหัวกำลังค้างอยู่กับคำถามว่า “ทำไมยอดอาทิตย์นี้ตก?” ตัวเลขที่ควรส่องต่อก็จะเริ่มชัดทันที เราอาจไปดูแหล่งที่มาของคนเข้า ว่าคนหายจากช่องทางไหน หรือคนยังเข้ามาเท่าเดิม แต่หายไปตอนช่วงปิดการขาย

ถ้าคำถามเปลี่ยนเป็น “ควรลงโฆษณาสินค้าตัวไหนก่อน?” เราก็จะรู้เลยว่าห้ามดูแค่ยอดขายรวม ต้องดูเพิ่มว่าสินค้าตัวไหนคนเข้ามาแล้วซื้อจริง ตัวไหนคนเห็นเยอะ คลิกเยอะ แต่ขายไม่ออก

หรือถ้าคำถามคือ “ลูกค้าหายไปไหน?” สิ่งที่ควรเปิดต่ออาจไม่ใช่ยอดขายรายวันแล้ว แต่อาจเป็นสัดส่วนลูกค้าใหม่กับลูกค้าเก่า การซื้อซ้ำ หรือแม้แต่อัตราคืนสินค้า (ซึ่งต้องดูคู่กับประเภทสินค้าและช่วงแคมเปญด้วย)

เห็นไหมครับ ข้อมูลชุดเดิมนี่แหละ แต่พอคำถามเปลี่ยน ความหมายของมันเปลี่ยนทันที

ข้อมูลหลังบ้านคือขุมทรัพย์

หลายร้านเปิดหลังบ้านทุกวัน แต่ไม่ค่อยได้แตะมุมที่มีประโยชน์จริงๆ เช่น แหล่งที่มาของคนเข้า ว่าคนมาจากค้นหา จากโฆษณา หรือจากโซเชียล แต่ละช่องทางดีต่างกันยังไง ต้องเน้นอะไรต่อ

บางร้านไม่เคยส่องเลยว่าคนหลุดตรงไหนในเส้นทางก่อนซื้อ เข้ามาแล้วไม่คลิก หรือคลิกแล้วใส่ตะกร้าแต่ไม่จ่ายกันแน่ เพราะสองอย่างนี้พาไปแก้คนละเรื่องเลย เรื่องหนึ่งอาจต้องแก้ภาพกับหัวข้อสินค้า อีกเรื่องอาจต้องกลับไปดูราคา โปร หรือความน่าเชื่อถือ

แล้วก็มีอีกมุมที่สำคัญมาก คือ ลูกค้าใหม่กับลูกค้าเก่า ถ้าลูกค้าใหม่ยังเข้ามาเรื่อยๆ แต่ลูกค้าเก่าเงียบลง เราอาจไม่ได้มีปัญหาเรื่องการหาคนเห็นร้านแล้ว แต่อาจกำลังมีปัญหาเรื่องประสบการณ์หลังซื้อ หรือสินค้าของเราซื้อครั้งเดียวจบโดยที่เราไม่เคยวางแผนต่อยอดมันเลย

เอาจริง…data มันไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นครับ มันแค่จะไม่ฉายแสงเลย ถ้าเราไม่ถามอะไรกับมันก่อน


ลองได้เลย!!

ก่อนเปิดหลังบ้านรอบถัดไป ลองจดคำถามไว้แค่หนึ่งข้อก็พอ เช่น วันนี้เรากำลังกังวลเรื่องอะไรที่สุด ระหว่างยอดตก คนหาย หรือขายได้แต่เงินเหลือน้อย

พอได้คำถามแล้ว ค่อยเปิดเฉพาะข้อมูลที่ช่วยตอบมัน เช่น ถ้ากังวลเรื่องยอดตก ก็ดูว่าคนหายจากช่องทางไหน ถ้ากังวลเรื่องขายได้แต่เงินไม่เหลือ ก็ดูต่อว่ามีคืนสินค้าเยอะไหม หรือกำลังดันสินค้าที่ปิดการขายได้ต่ำเกินไปหรือเปล่า

แล้วอย่าหยุดแค่ “ดู” นะครับ ต้องถามต่ออีกชั้นว่า ถ้าตัวเลขออกมาแบบนี้ เราจะทำอะไรต่อ เปลี่ยนรูป ปรับโปร หยุดดันสินค้าบางตัว หรือกลับไปโทรหาลูกค้าที่หายไป

แค่เปลี่ยนจาก “เปิด data แล้วค่อยคิด” มาเป็น “คิดคำถามก่อนแล้วค่อยเปิด data” การตัดสินใจจะคล่องขึ้นเยอะมาก ถ้าอยากรู้ว่าธุรกิจของคุณควรเริ่มดูตัวไหนก่อนในหลังบ้าน ทักมาคุยได้เลยครับ

ขอบคุณมากๆครับ ☀️

Project One
Project One
พวกเราให้บริการพัฒนา 'ระบบ AI วิเคราะห์ธุรกิจ (AI Business Dashboard)' สำหรับธุรกิจ/แบรนด์ออนไลน์ขายหลายช่องทาง เห็นภาพรวม จุดรั่ว จุดทำกำไร และ Next Step ต่อไปที่ควรทำ